วองก้า

มาถึงช่วงปลายปีนี้แบบนี้ ก็นึกว่าจะไม่ได้เห็นได้ดูหนังแนวแฟนตาซี อันเป็นสูตรสำเร็จในช่วงเทศกาล โดยครั้งเป็นการกลับมาของตัวพ่อวงการช็อกโกแลตที่ใคร ๆ ก็รู้จักกันดี แต่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้ที่มาที่ไปและเรื่องราวในอดีตของเขาสักเท่าไหร่ และ “Wonka วองก้า” ก็ได้มารับหน้าที่บรรเลงการผจญภัยอันน่าตื่นตาตื่นใจครั้งนี้ให้กับคนดู ที่พอเลยว่า…เป็นหนังที่ทำให้อยากของหวานและรู้สึกใจฟูไปพร้อม ๆ กัน

เรื่องย่อ :Wonka (วองก้า)

บอกเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้นการผจญภัยในวัยเด็กของ “Willy Wonka (วิลลี่ วองก้า)” เด็กหนุ่มที่เติบโตในครอบครัวที่พ่อเป็นทัตยแพทย์ แต่มีความหลงใหลในขนมหวานโดยเฉพาะช็อกโกแลต และความฝันอันแรงกล้าในการเป็นนักมายากล นักประดิษฐ์ จนเติบโตสู่ก้าวของนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ที่สำคัญ คือ การเป็นเจ้าของโรงงานช็อกโกแลตอันสุดแสนวิเศษราวกับต้องมนตร์ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แน่นอนว่า มีมากอุปสรรค์ที่เขาต้องต่อสู้

วองก้า

รีวิว : Wonka (วองก้า)
ที่มาจากชื่อของภาพยนตร์ WONKA : มาจาก “วิลลี่ วองก้า” คือ ตัวละครสำคัญในการเดินเรื่องจากนวนิยายชื่อดัง ซึ่งในภาพยนตร์ Wonka จะมาบอกเล่าเรื่องที่หนังสือ Charlie and the Chocolate Factory และ Charlie and the Great Glass Elevator ไม่ได้กล่าวถึง เส้นทางสุดพิศวงที่ไม่ได้โรยด้วยชูการ์สปริงเคิล กว่าจะเป็นช็อกโกแลตสุดพิลึกเกินคน ที่หลายคนต่างต้องมนต์ ต้องใช้สิ่งที่มากกว่ามนตรา

แม้ว่าตัวละคร วองก้า จะไม่ใช่อะไรแปลกใหม่สักเท่าไหร่ เพราะนี่คือตัวละครในตำนานจากฝีมือการเสกขึ้นมาของนักเขียนระดับตำนาน “โรอาลด์ ดาห์ล” ที่โลกรู้จักกันดี เราอาจจะคุ้น ๆ กับเวอร์ชันเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนที่ จอห์นนี เดปป์ เล่นเอาไว้ หรือฉบับคลาสสิกในปี 1971 ก็ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ แต่มาในฉบับนี้ถือว่าเป็นแต่งเติมและต่อเติมจินตนาการขึ้นมาอีกทาง ด้วยการเล่าถึงจุดกำเนิดและตัวตนของวองก้าในวันที่มีแต่ตัว

พอล คิง ยังมารับหน้าที่วางโครงเรื่องและร่วมเขียนบทหนังกับ “ไมซอม ฟาร์นาบี” ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วจากใน Paddington 2 ที่นับว่าเป็นรังสรรค์บทหนังที่ค่อนข้างย่อยและดูง่าย ซ้ำยังเต็มไปด้วยจังหวะลีลาที่ชวนสนุกไปได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่อย่างเริงใจยิ่งหนัก ถึงแม้ว่าบทหนังจะไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่ใด ๆ พล็อตค่อนข้างเชยด้วยซ้ำ แต่เพราะด้วยการเล่าเรื่องที่ตรึงใจคนดูได้ดีตลอดทั้งเรื่อง ทำให้องค์ประกอบนี้มันเหมาะเจาะกับภาพรวมไปไม่น้อย

วองก้า

ทางด้านงานสร้างก็ถือว่าดีเลยทีเดียว ฉาก สี แสง และงานดีไซน์โปรดักชันต่าง ๆ ทำออกมาได้จัดจ้านและลงตัวมาก ใส่ความเป็นแฟนตาซีที่กำลังพอดี ไม่ขาดและไม่ล้นจนเกิดไป เป็นหนึ่งในตัวที่ขับเคลื่อนหนังเอาไว้ได้ดีมาก ๆ อีกทั้งบางฉากแทบลืมไปเลยว่าเป็นเทคนิคพิเศษที่ใส่เข้ามาเสริมอรรถรส เป็นส่วนประกอบที่ทำเอาคนดูดูได้เพลินจริง ๆ

แต่หนังก็มาพร้อมกับตัวละครแย่งซีนระดับมืออาชีพชุดใหญ่ ที่คนดูจะต้องประทับใจแน่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น “โอลิเวีย โคลแมน” กับสำเนียงบริติชที่ชวนหมั่นไส้ แก๊งขัดขาที่นำโดย “คีแกน-ไมเคิล คีย์” และ “เพเตอร์สัน โจเซฟ” ก็ชวนยียวนกวนประสาท และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “โรแวน แอตคินสัน” กับ “ฮิวจ์ แกรนท์” ที่แม้ว่าจะมีแอร์ไทม์ไม่เท่าไหร่ แต่ออกมาที่ก็ตึงทุกฉาก

วองก้า

Wonka เป็นหนังแฟนตาซีที่ชวนในรู้สึกอิ่มเอมและประทับใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่หนังที่มีพล็อตและองค์ประกอบที่แปลกใหม่อะไรเท่าไหร่เลย แต่คนดูสามารถเอ็นจอยไปกับมันได้ดี และเพลินไปด้วยตลอดเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงของหนัง แค่นั่งดูทีมนักแสดงตัวเป้ง ๆ มาฟาดฟันเล่นใหญ่ใส่กันก็คือกำไรแล้ว ไหนจะบทเพลงและงานสร้างที่น่าตื่นตา ที่ทำให้ทั้งยิ้มและน้ำตาซึมไปได้

ชื่อเรื่อง : Wonka (วองก้า)
ประเภท : แฟนตาซี, ผจญภัย, ตลก
ผู้กำกับ : พอล คิง
นักแสดงนำ : ทีโมธี ชาลาเมต์, เคลาห์ เลน, โอลิเวีย โคลแมน, ฮิวจ์ แกรนท์
จำนวน : 116 นาที
กำหนดฉายในไทย: 7 ธันวาคม 2023 (ในโรงภาพยนตร์)

ตัวอย่าง : Wonka (วองก้า)