ด้อมนี้มีเทพบุตร

เรื่องย่อ : The Heavenly Idol “ด้อมนี้มีเทพบุตร “

เล่าถึงเรื่องราวของ “แรมบรารี่” มหาปุโรหิตผู้รับใช้เทพเรดริน ในระหว่างที่เขากำลังต่อสู้กับซาตาน กลับเกิดเรื่องไม่คาดคิด เมื่อจู่ ๆ เขาได้ตื่นขึ้นมาในร่างของ “อูยอนอู” ไอดอลหนุ่มหล่อจากวง Wild Animal ที่วงเองก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก จนใกล้จะยุบวง แต่ความวุ่นวายก็ได้เกิดขึ้นเมื่อเขาต้องขึ้นทำการแสดงแต่เขาดันเต้นไม่เป็น อีกทั้งคำพูดและท่าทางแปลก ๆ ของเขาก็ทำให้วงเป็นกระแสขึ้นมา! งานนี้ “คิมดัล” แฟนคลับผู้คลั่งไคล้อูยอนอู และเป็นแฟนคลับหนึ่งเดียวของวง ต้องมาทำหน้าที่ผู้จัดการจำเป็น ให้กับวง Wild Animal เพื่อช่วยอูยอนอูให้ใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ และตามหาซาตานเพื่อหยุดยั้งการทำลายโลกให้จงได้!

ด้อมนี้มีเทพบุตร

รีวิว : The Heavenly Idol “ด้อมนี้มีเทพบุตร “

The Heavenly Idol “ด้อมนี้มีเทพบุตร ” เป็นซีรีส์แนวไอดอล ที่ผสมความแฟนตาซีเข้าไป สงสารท่านมหาปุโรหิตมากเลย ใสซื่อ บริสุทธิ์มาก อยากกลับก็กลับไม่ได้อีก โดยเนื้อจะเกี่ยวกับโลกอีกมิติหนึ่งที่เป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีพลัง และเวทมนตร์ ทั้งเหล่าเทพ ปีศาจ ทั้งหลายซึ่งในเรื่องตัวละครหลักนั้นเป็นนักบวชที่มีพลังอันศักดิ์สิทธิ์ ถ้าอยู่ในร่างคนธรรมดาชีวิตคงจะง่ายกว่านี้ แต่ต้องมาอยู่ในร่างไอดอลอีก แถมยังเป็นไอดอลที่กำลังจะตกกระป๋องอีก และดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่เขาที่มายังโลกอีกมิติ แต่พญามารก็ได้มายังโลกนี้ด้วยเช่นกัน แค่เป็นไอดอลก็ว่ายากแล้ว ยังต้องมาถูกตัวร้ายตามรังควาญ ตามไล่ล่าอีก อีกทั้งยังมีปมเบื้องหลังของตัวละครนางเอก และตัวละครสมทพอื่นๆ ที่เข้ามาเพิ่มความซับซ้อนให้กับซีรีส์อีกด้วย บอกเลยว่าสนุก ครบรสมากๆ

ด้อมนี้มีเทพบุตร

ซีรีส์ทำออกมาได้สนุกกว่าที่คิด เพราะมีส่วนผสมทั้งความแฟนตาซี จังหวะคอมเมดี้ และเลิฟไลน์ที่อาศัยการพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละคร ถึงจะมีช่วงที่น่าเบื่อระหว่างตอนบ้าง แต่ก็กลับมาหาเส้นเรื่องหลักได้เร็ว เคมีระหว่าง คิมมินกยู และ โกโบกยอล น่ารักมาก จนเราคิดว่าหลายคนน่าจะนึกถึงนางเอกดังอย่าง “คิมแทรี” ในบทของ นาฮีโด เมื่อมองดูตัวละครนี้ ที่มีพลังของความมุ่งมั่น ในการเชื่อใจใครสักคน ในฐานะที่เขาคนนั้น คือ พลังในการใช้ชีวิตของเธอบนโลกใบนี้ แต่นอกจากความสนุกที่ซีรีส์มอบให้แล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ The Heavenly Idol สะท้อนผ่านเรื่องราวได้ดีมาก คือ ความยากลำบากในการใช้ชีวิตของไอดอล K-Pop ที่ไม่ได้สวยงาม เหมือนกับฉากหน้าที่แฟนคลับเห็นกัน

ยกตัวอย่างฉากที่ สมาชิกทุกคนต้องมาไลฟ์เล่นเกมในหอพัก แต่หอจริงๆ ที่อยู่กลับใช้เป็นสถานที่ไลฟ์ไม่ได้ เพราะมันดูซ่อมซ่อเกินไป ต้องย้ายไปไลฟ์ในฉากที่ถูกเซ็ตขึ้นมา หรือจะเป็นฉากที่หนึ่งในสมาชิกของวง พูดความในใจกับ “แรมบารี่” ในร่างของ อูยอนอู ว่า เขาเคยฝันอยากให้มีคนถ่าย FanCam ใกล้ๆ มาตลอด แต่ก็ไม่เคยมีใครถ่ายเขาเลย ทำให้เราเห็นถึงความโดดเดี่ยว และการต่อสู้ที่พวกเขาต้องเผชิญ ในฐานะ “ไอดอล” ที่ต้องมอบพลังบวกให้กับผู้คนทุกวัน ทั้งที่ข้างในจิตใจมีแต่พลังลบ เพราะรู้ว่าตัวเองยังไม่เป็นที่นิยมมากพอ

ด้อมนี้มีเทพบุตร

แต่อย่างน้อยประเด็นนึง ที่ซีรีส์สื่อสารออกมาได้แข็งแรงมาก ก็คือ การมีอยู่ของศิลปินไอดอลต่าง ๆ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในจุดไหนของวงการ แต่ทุกคนต่างก็มีความฝัน และพร้อมจะทุ่มเททุกอย่าง เพื่อส่งมอบความสุข กำลังใจให้กับแฟนคลับของตัวเองเสมอ เหมือนที่ นางเอกของเราได้รับกำลังใจจาก อูยอนอู จนสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองจากคนที่คิดสั้น กลายมาเป็นผุ้จัดการวงไอดอลชื่อดังที่ประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

ซีรีส์เกาหลีมาใหม่ที่น่าสนใจมาก พล็อตเรื่องมีความแฟนตาซีนิด ๆ โรแมนติกหน่อย ๆ เหมาะมากสำหรับปล่อยใจจอย ๆ ดูไปแบบเพลิน ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็สามารถเสพความสุขจากการดูซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ แถมยังได้ดูเคมีความจิ้นและความน่ารักกระจุยกระจายจากพระนางอีก เรียกได้ว่าคุ้มเกินคุ้มแล้วจังหวะนี้!

ด้อมนี้มีเทพบุตร

ชื่อเรื่อง : The Heavenly Idol “ด้อมนี้มีเทพบุตร “
ประเภท : โรแมนติก , ตลก , ดราม่า , แฟนตาซี
ผู้กำกับ : พัคโซยอน, อีโซยุน
นักแสดงนำ : คิมมินกยู ,โกโบกยอล
จำนวน : 12 ตอน
ช่องทางรับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ : Viu

ตัวอย่าง : The Heavenly Idol “ด้อมนี้มีเทพบุตร “