รีวิว : Schindler’s List (1993) ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม

ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม

Schindler’s List เป็นหนังที่ได้รับรางวัลออสการ์เรื่องล่าสุดที่ถูกเพิ่มเข้ามาในหมวดภาพยนตร์ที่ชนะรางวัล หรือ Award-Winning Films ใน Netflix ประจำเดือนพฤษภาคม โดย Schindler’s List ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ในปี 1993 ซึ่งถึงแม้จะเป็นหนังที่ถือว่าเก่า แต่ก็เป็นหนังที่ยังถูกพูดถึงอยู่เสมอเมื่อนึกถึงหนังดีหรือหนังอิงประวัติศาสตร์ด้วยความพิเศษหลักๆ ได้แก่ เนื้อหา (สร้างจากเรื่องจริงและมีความเข้มข้นในเนื้อเรื่อง) งานภาพ และการแสดง

เรื่องย่อ : Schindler’s List (1993) ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม

ออสการ์ ชินด์เลอร์ นักธุรกิจที่ได้มีโรงงานผลิตเครื่องเคลือบภาชนะในการทำสงคราม โดยอาศัยแรงงานราคาถูกที่เป็นชาวยิวมาทำงานเพื่อแสวงหาผลกำไร ท่ามกลางช่วงที่สงครามคุกรุ่นนั้น เขาได้เป็นพยานในเหตุการณ์สังหารหมู่มากมายที่เกิดขึ้นจากกลุ่มนาซีที่กระทำต่อชาวยิว จนกระทั่งได้รู้จักกับ อิตแซค สเติร์น สมุห์บัญชีชาวยิวผู้ลักลอบจ้างคนสัญชาติเดียวกัน เพื่อให้รอดจากการฆ่าของทหารนาซี ทำให้เขาจึงตัดสินใจทำรายชื่อ และซื้อตัวชาวยิวเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยเหลือคนเหล่านั้นให้ได้เป็นอิสระจากผลพวงของสงครามครั้งนี้ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม

รีวิว : Schindler’s List (1993) ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม

สำหรับ Schinler’s List คิดว่าน่าจะอยู่ในหมวดที่ควรได้ดูสักครั้งในชีวิตแบบไร้ข้ออ้างใดๆ ไม่ว่าคุณจะชอบหนังแนวไหน หรือสไตล์ไหนแล้ว นี่คือ 1 ในหนังที่ยังไงก็ต้องดู เพราะส่วนตัวเชื่อว่าหนังน่าจะเหมาะกับทุกคนได้ จากการที่ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ออกมาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีความสมบูรณ์ทั้งในแง่คุณภาพและความบันเทิงแบบเต็มเปี่ยม จนไม่อยากให้กังวลกับการที่หนังเป็นขาวดำนัก เพราะมันไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด แถมยังเป็นการเอื้อให้อารมณ์ของหนังที่ถ่ายทอดออกมาดีขึ้นมากๆ ด้วยรางวัลออสการ์การันตีมาถึง 7 รางวัล ที่มีรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยมมาด้วยแล้ว ยังไงก็เป็นหนังที่ไม่ควรพลาดสำหรับทุกคน

ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม

ด้านงานภาพ Schindler’s List นั้นมีความพิเศษเป็นอย่างมากโดยในปีนั้นนอกจากรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแล้ว Schindler’s List ยังได้รับรางวัลออสการ์สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยมและสาขาออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยมพร้อมกันในปีนั้นอีกด้วย เรื่องจะดำเนินโดยการใช้สีขาว-ดำไปเรื่อยแล้วจะค่อยๆ มีสีเข้ามา โดยฉากที่เป็นภาพจำของหนังเรื่องนี้คือฉากเด็กน้อยในชุดสีแดง ซึ่งเป็นฉากที่ถูกหยิบมาใช้อีกครั้งในซี่รี่ย์ชื่อดังใน Netflix อย่าง “Kingdom” เพื่อแสดงความคารวะในงานศิลป์ครั้งนี้อีกด้วย

ด้านการแสดง หนังเรื่องนี้ได้นักแสดงคุณภาพอย่าง Liam Neeson มารับบทแสดงนำ ซึ่งในปีนั้นเขาได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมของออสการ์อีกด้วย ถึงแม้จะไม่ได้รับรางวัล แต่ก็ต้องบอกว่าการแสดงของ Liam Neeson นั้นมากคุณภาพจริงๆ เพราะหนังเรื่องนี้มีหลายอารมณ์มาก การใช้สีหน้า ฉากการพูดคุย เจรจาต่อรอง ฉากสุข เศร้า ทุกการแสดง ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง Liam Neeson แสดงได้เสมือนกับว่าเขาคือ Oskar Schindler ตัวจริง

ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม

โดยรวมแล้วไม่แปลกใจหากหลายคนจะยกให้ Schindler’s List เป็นหนังชั้นเยี่ยมในดวงใจ ที่คำว่า Perfect ก็คงไม่เกินไปสำหรับหนังเรื่องนี้ เพราะมันเป็นหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ชวนหดหู่ สะเทือนใจไปกับชะตากรรมอันโหดร้ายของชาวยิว และความเลวร้ายของสงคราม ที่ดึงเอาด้านมืดของมนุษย์ออกมาได้อย่างน่าเศร้าจนอดน้ำตาไหลไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันตัวหนังเองก็ไม่ได้หมกมุ่นอยู่แค่กับความมืดหม่นอย่างเดียว เพราะมันยังคงมีความหวัง และด้านดีของมนุษย์ในเรื่อง เพื่อให้รู้สึกถึงพลังบวกอยู่บ้าง จากการช่วยเหลือกันของเพื่อนมนุษย์ โดยไม่ทำให้เราหดหู่จนเกินไป และเต็มอิ่มไปได้กับพลังอันเหลือล้นจากหนังสุดคลาสสิคเรื่องนี้

“Whoever saves one life, saves the world entire.”
“ใครก็ตามที่ช่วยได้สักหนึ่งชีวิต เขาก็ได้ช่วยโลกทั้งใบแล้ว”

ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม

ชื่อเรื่อง : Schindler’s List (1993) ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม
ประเภท : ดราม่า ชีวประวัติ ประวัติศาสตร์
ผู้กำกับ : สตีเวน สปีลเบิร์ก
นักแสดงนำ : เลียม นีสัน, เบน คิงสลีย์, เรล์ฟ ไฟนส์, แคโรไลน์ กูดดอลล์, โจนาธาน ซาแกลล์
จำนวน : 3 ชั่วโมง 15 นาที
ช่องทางรับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ : Netflix

ตัวอย่าง : Schindler’s List (1993) ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม