รีวิว : Guillermo del Toro’s Pinocchio หุ่นน้อยผจญภัย

หุ่นน้อยผจญภัย

เรื่องย่อ : Guillermo del Toro’s Pinocchio หุ่นน้อยผจญภัย

Pinocchio หุ่นน้อยผจญภัย เป็นการนำเรื่องราวนิทานสุดคลาสสิคอย่างพิน็อกคิโอ มาตีความใหม่อีกครั้งโดยผู้กำกับสายแปลกมากฝีมืออย่าง กีเยร์โม เดล โตโร ที่ตีความออกมาได้อย่างแปลกใหม่และลงตัว ว่าด้วยเรื่องราวของ เจ็พเพ็ตโต้ (พากย์เสียงโดย David Bradley) ชายแก่ที่เสียลูกชายไปจากลูกหลงของสงคราม ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในอิตาลีในยุคที่ เบนิโต มุสโสลินี เป็นผู้นำ เพ็ตโตได้ตัดสินใจสร้างหุ่นไม้ขึ้นมาเนื่องจากเขาทำใจลืมลูกชายไม่ได้

ปรากฎว่าวันต่อมาหุ่นไม้ตัวนี้กลับมีชีวิตขึ้นมา พร้อมกับบอกว่าชื่อ พิน็อกคิโอ (พากย์เสียงโดย Gregory Mann) งานนี้การผจญภัยในครั้งนี้ของพิน็อกคิโอที่เกิดขึ้นมาในยุคของเผด็จการฟาสซิสต์จะเป็นอย่างไร ซึ่งบอกได้เลยว่าฉบับนี้ตีความใหม่และต่างจากต้นฉบับมากๆ แถมยังทำออกมาได้ดี จึงอยากแนะนำให้ทุกคนลองเปิดใจไปดูกัน รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

หุ่นน้อยผจญภัยรีวิว : Guillermo del Toro’s Pinocchio หุ่นน้อยผจญภัย

บทหนังของ Guillermo del Toro’s Pinocchio อาจจะไม่ได้มีอะไรที่ใหม่นัก แต่ต้องยอมรับว่าครึ่งชั่วโมงแรกของหนังเต็มไปด้วยการโหมโรงที่น่าสนใจ แม้ว่ามันจะเป็นฉากเกริ่นที่เป็นขยายความออกมาแบบเยิ่นเย้อไปบ้าง แต่มันกลายเป็นองค์ประกอบเสริมเพิ่มเติมเข้ามาที่ช่วยเหลือยกระดับให้หนังดูดียิ่งขึ้นอีกขั้น และทำให้หนังน่าสนใจขึ้นมาเป็นกอง อีกทั้งฉีกแนวการผจญภัยแบบเดิม ใส่ประเด็นการเมืองสงครามเข้าไปเสริมเข้ากับการค้นหาตัวตน ที่ออกมาในทิศทางที่น่าสนใจได้ดี

และแน่นอนว่าไฮไลต์ของหนังเรื่องนี้ก็ถือองค์ประกอบงานสร้าง ที่ต้องยกนิ้วให้ทั้งหมด 10 นิ้วไปเลย กีเยร์โม เดล โตโร ก็ยังคงไม่ทิ้งลีลาจัดจ้านในความเป็นมืออาชีพในการสร้างงานสตอปโมชั่นที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและเสน่ห์ในรูปแบบตัวเอง และเรามักจะเพลิดเพลินเสมอ ๆ ที่มักจะได้เห็นเบื้องหลังงานสร้างในฉบับของเขา และยิ่งทำให้รู้สึกทึ่งตลอด กับการเห็นว่าแต่ละฉากที่ออกมานั้นต้องผ่านกระบวนการซ้ำ ๆ กี่ครั้ง

หุ่นน้อยผจญภัย

สิ่งที่ชอบก็ยังมีเรื่องการให้เรื่องราวเกิดในยุคเผด็จการ มีการใส่เรื่องให้พิน็อกคิโอเป็นอมตะเพราะฝ่าฝืนกฎของวิญญาณ ทำให้เป็นคนก็ไม่ได้และตายก็ไม่ได้ ด้วยเหตุนี้มันจึงไปโยงกับการจับพิน็อกไปเป็นทหารเพราะเขาไม่มีวันตาย แถมความอมตะของพิน็อกก็ยังเอามาเล่นต่อในตอนท้ายเพื่อสร้างอารมณ์ให้คนดูได้อีก เห็นไหมว่าเขาเขียนบทมาให้ทุกอย่างลงล็อกแถมยังแปลกใหม่และน่าจดจำสุดๆ ฉากตอนพิน็อกไปโรงเรียนยุวชนคือทำออกมาได้ดีมากๆ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะเคารพต้นฉบับด้วยองก์สุดท้ายของเรื่องที่ทำออกมาตามสูตรดั้งเดิม คือพิน็อกไปช่วยปู่ในท้องอสูร แค่ภาคนี้จบแปลกด้วยการให้เห็นบทสรุปท้ายสุดแบบปลายเปิดและแอบเศร้านิดๆ ส่วนเรื่องงานสร้างก็ทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ ทั้งเร่องเป็นเทคนิคสต็อปโมชั่น ดังนั้นทุกอย่างที่เราเห็นในเรื่องล้วนเป็นผลงานปั้น หรือการถ่ายจากฉากจริงแบบเฟรมต่อเฟรม การจัดแสง รายละเอียดต่างๆ ทำได้ดีไร้ที่ติ สรุปโดยรวมเลยคือเรื่องนี้เป็นพิน็อกคิโอที่ตีความออกมาได้โคตรเจ๋งและแปลกใหม่ มันกลมกล่อมและน่าจดจำจริงๆหุ่นน้อยผจญภัย

เอาเป็นว่าโดยสรุปแล้วนั้น Guillermo del Toro’s Pinocchio เป็นหนังพิน็อคคิโอเวอร์ชั่นใหม่ ที่เต็มไปด้วยไอเดียที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างดีแท้ การตีความใหม่อาจจะเป็นความเสี่ยง แต่ในความกล้าเสี่ยงของหนังเรื่องนี้ ถือว่านำไปสุ่ทิศทางที่น่าพอใจ งานสร้างในรูปแบบสตอปโมชั่นของหนังเรื่องนี้เป็นเสน่ห์โดยแท้ของหนังเรื่องนี้ ความพิถีพิถันในงานสร้างเต็มไปด้วยเส่นห์

ตำนานของพิน็อคคิโอก็ยังคงเป็นนิทานเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน เป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาปรุงแต่งในรูปแบบใหม่ ๆ ได้อย่างไม่มีขอบเขต และหนังเวอร์ชั่่นนี้ก็คือตัวอย่างของความกล้าบียอนด์ออกไปสู่นอกกรอบเดิม ๆ เป็นการปรุงแต่งรสชาติใหม่ที่มีรสชาติอร่อยอีกแบบ อาจจะต้องบอกว่า Guillermo del Toro’s Pinocchio เป็นอีกเวอร์ชั่นที่น่าจดจำและครบทุกอรรถรสในแบบที่หนังพึ่งจะมี

หุ่นน้อยผจญภัยชื่อเรื่อง : Guillermo del Toro’s Pinocchio หุ่นน้อยผจญภัย
ประเภท : แอนิเมชั่น / ผจญภัย / แฟนตาซี
ผู้กำกับ : กีเยร์โม เดล โตโร
ให้เสียงพากย์โดย: ยวน แม็คเกรเกอร์, เดวิด แบรดลีย์, เกร็กกอรี่ แมนน์
จำนวน : 117 นาที
ช่องทางรับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ : Netflix

ตัวอย่าง : Guillermo del Toro’s Pinocchio หุ่นน้อยผจญภัย