แท็กซี่เพื่อชีวิต

เรื่องย่อ : A Taxi Driver แท็กซี่เพื่อชีวิต

“นักศึกษา เอ็งว่าประเทศอื่นดีกว่าประเทศเราหรอ? ประเทศจะดีได้ยังไงในเมื่อทหารยังทำร้ายประชาชนอยู่”

ปีเตอร์ เหยี่ยวข่าวชาวเยอรมันประจำเกาะฮ่องกงผู้ชอบความท้าทาย ได้รับข้อมูลจากเพื่อนนักข่าวด้วยกันที่เพิ่งเดินทางกลับจากเกาหลีว่า ตอนนี้ในเมืองกวังจูนั้นกำลังเกิดเหตุวุ่นวายเข้าขั้นวิกฤติ เมื่อทหารประกาศกฎอัยการศึกและเข้าปิดล้อมเมืองเอาไว้ เพื่อสลายการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา ปีเตอร์ จึงตัดสินใจเดินทางมายังเกาหลีและให้สายข่าวช่วยหารถแท็กซี่เพื่อเดินทางไปยังกวังจู

คิมมันซบ พนักงานขับรถแท็กซี่พ่อเลี้ยงเดี่ยวที่อยู่กับลูกสาวเพียงลำพัง เนื่องจากเมียของเขาเสียชีวิตไปแล้ว มันซบและลูกสาวอาศัยอยู่ในบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ ของเพื่อนซี้ตัวเอง แต่ว่า มันซบ เองก็อยากที่จะย้ายออกเต็มแก่แล้ว เนื่องจากเขาก็เป็นไม้เบื่อไม่เมากับเมียเพื่อน เพราะค้างค่าเช่ามาหลายเดือนจนโดนต่อว่าเป็นประจำ ในวันที่อะไรมันแย่ไปซะหมด มันซบ ก็ได้เจอกับแสงสว่างกับเขาซะที เมื่อคนขับแท็กซี่คันหนึ่งเดินเข้ามาคุยโม้ในร้านอาหารว่า ตัวเองมีลูกค้าชาวต่างชาติจ้างตั้งแสนวอน ด้วยงานง่าย ๆ แค่การขับรถไปส่งเขาที่เมืองกวังจูเท่านั้น

ทันทีที่ มันซบ ด้วยยินก็หูผึ่งด้วยความงกอยากได้เงิน จึงสวมรอยไปรับผู้โดยสารชาวต่างชาติคนนั้นเสียเอง ซึ่งคนนั้นก็คือ ปีเตอร์ นักข่าวที่ตั้งใจจะเข้าไปเก็บภาพการชุมนุมของนักศึกษาในกวังจู แต่ มันซบ กลับไม่รู้อะไรเลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่นั่น ซึ่งมันจะเปลี่ยนความคิดของเขาจากที่เคยนึกถึงแต่ตัวเอง ได้เห็นถึงความสำคัญของความจริง…ที่ต้องถูกนำเสนอออกสู่สาธารณะไม่ใช่ถูกเหยียบเอาไว้ใต้ท็อปบู๊ท

แท็กซี่เพื่อชีวิต

รีวิว : A Taxi Driver แท็กซี่เพื่อชีวิต

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าผ่านเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในปี 1980 โดยถ่ายทอดผ่านตัวละคร คนขับแท็กซี่ และ มิตรภาพของกลุ่มนักศึกษา แจซิค (รับบทโดย รยูจุนยอล) กลุ่มนักศึกษาที่รวมประท้วงในครั้งนี้ เขาได้ช่วยเหลือปีเตอร์ ด้วยการเป็นล่าม และความเสียสละของแจซิค ที่ต้องรอติดตามดูในภาพยนตร์เรื่องนี้ ในช่วงต้นของภาพยนตร์อาจเห็นความเห็นแก่ตัวของ มันซอบ ที่อาจเห็นแก่เงินในครั้งนี้ แต่ในความเป็นจริงเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เรียกได้ว่าเป็นคนที่ใจดีคนนึงเลย เขาทำไปเพียงเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ด้วยความที่เขารับงานนี้โดยไม่รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นมีอันตรายคืบคลานมาขนาดไหน รวมถึงปัจจัยด้านภาษาที่เป็นอุปสรรคระหว่างเขากับนักข่าว ทำให้การสื่อสารที่จะส่งต่ออาจไม่รู้เรื่อง

แท็กซี่เพื่อชีวิต

การแสดงของ Song Kan Ho คือหัวใจหลักของเรื่อง งานแสดงของเขาเน้นบทดราม่าหลักหน่วง มันทำให้เขากลายเป็นนักแสดงเกาหลีแถวหน้าที่ผู้กำกับมากมายอยากชักชวนเข้ามาขึ้นจอ ค่อนข้างจะชอบพัฒนาการของตัวละครนี้จากคนเห็นแก่ตัวแวดล้อมค่อยๆเปลี่ยนไปตลอดทั้งเรื่อง Thomas Kretschmann นักแสดงจากเยอรมัน นักข่าวผู้ต้องการนำภาพความจริงปรากฏสายตาคนทั่วโลกให้เห็นถึงความโหดร้ายระบบเผด็จการทหาร, นักศึกษาหนุ่ม Ryu Jun-yeol ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ยอมแพ้ตกเป็นเครื่องมือของทหารต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ระหว่างทางทำให้ได้เข้าใจมุมมองของคนที่ต้องการเห็นสังคมเกาหลีดีขึ้น

แท็กซี่เพื่อชีวิต

สำหรับ A Taxi Driver เป็นหนังที่เหมาะกับคนที่ชอบเรื่องราวสังคมประวัติศาสตร์เกาหลัี หรือที่ชอบงานที่เล่าความจริง และเป็นอีกครั้งที่นักสร้างหนังเกาหลี พยายามหยิบยกประวัติศาสตร์ตีความบทเรียนไว้เป็นอุทาหรณ์เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ได้เข้าใจ นี่คือหนังที่หน้าปกดูเหมือนไม่น่าดูผู้ชายเสื้อเหลืองขับแท็กซี่ แต่เนื้อหาข้างในกลับเต็มไปด้วยพล็อตเรื่องที่น่าหดหู่ กว่าที่สังคมเกาหลีใต้ที่แข็งแกร่งได้แบบทุกวันนี้ผ่านความเจ็บปวด ผู้คนโดนกดขี่โดนบดขยี้แบบไม่มีชิ้นดี นี่คือหนังที่เล่าเรื่องได้คุณภาพ ความเลวร้ายระบบเผด็จการที่ทำร้ายผู้คนในกวางจู กลายเป็นหนังที่คมคายในทุกอย่างมีความเป็นมนุษย์ไม่แปลกใจที่ผู้ชมแดนโสมแห่กันไปดูหนังเรื่องนี้เต็มโรงในช่วงปี 2017

แท็กซี่เพื่อชีวิต

A Taxi Driver เป็นหนังที่น่าติดตามเรื่องนึงแต่ก็รู้สึกว่ามีบางช่วงของหนังที่มันไม่ค่อยสมเหตุผล ตามความคิดผู้เขียน แต่ถ้ายกฉากที่ประทับใจที่สุดของหนังเรื่องนี้คงเป็น ฉากก่อนตอนจบ ทำให้เราได้เห็นมิตรภาพ และ คนขับแท็กซี่ที่ได้ยอมเสียสละบางสิ่งเพื่อช่วยเหลือ และในส่วนตัวเราชอบการแสดงของนักแสดงเรื่องนี้มากเลยทีเดียว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้เป็นตัวแทนภาพยนตร์เกาหลีที่เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลออสการ์ ในปี 2018 อีกด้วย! ใครที่ยังไม่เคยดูลองไปหาดูกันนะ

ตัวอย่าง : A Taxi Driver แท็กซี่เพื่อชีวิต