รีวิว : 9 ศาสตรา อนิเมชั่นฝีมือคนไทย

9 ศาสตรา

เรื่องย่อ : 9 ศาสตรา

เรื่องราวการผจญภัยของเด็กหนุ่ม(อ๊อด) ผู้มีชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตมาให้กอบกู้อาณาจักรรามเทพนคร จากอำนาจทมิฬของเหล่ายักษา เป็นการผสมผสานเนื้อหาแฟนตาซีกับศิลปวัฒนธรรมการต่อสู้รูปแบบมวยไทย อ๊อดเด็กหนุ่มที่ต้องสูญเสียพ่อและแม่ไปจากรุกรานของพวกยักษา จมื่นพันธ์วรเดชจึงพาตัวอ๊อดมาเลี้ยงดูที่หมู่บ้านนกแอ่นโดยที่อ๊อดคิดว่าจมื่นพันธ์วรเดชเป็นพ่อที่แท้จริงและที่นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นวิชาศิลปการต่อสู้ของอ๊อด เขาได้ร่ำเรียนวิชามวยไทยจากเฒ่าใบ้ และฝึกฝนสมาธิจากหลวงพ่อสิน จนมีวิถีชีวิตต่างจากเด็กทั่วไป จนวันหนึ่งอ๊อดได้รู้ความจริงว่าจมื่นพันธ์วรเดชไม่ใช่พ่อแท้ๆของตนและได้รู้ถึงหน้าที่ที่ตอนต้องแบกรับเขาจึงตั้งใจพัฒนาตัวเองทั้งทางร่างกายและจิตใจเพื่อรับหน้าที่แทนจมื่นพันธ์ ในการนำศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ไปมอบแก่องค์ชายรัชทายาท แต่เรื่องราวก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้น การเดินทางของอ๊อดต้องพบกับการสูญเสียมากมายแต่ยังดีที่มีสหายร่วมเดินทางนั่นก็คือ เสี่ยวหลาน,วาตะและอสูรสีชาด อ๊อดจะสามารถทำภารกิจที่ได้รับมาได้สำเร็จหรือไม่

9 ศาสตรา

รีวิว : 9 ศาสตรา

พล็อตเรื่องของ ๙ ศาสตรา นั้นเราอาจจะกล่าวได้ว่ามันเป็นพล็อตประเภทสูตรสำเร็จในตระกูล “การเดินทางของฮีโร่” ที่ว่าด้วยแพทเทิร์นการเล่าเรื่องแบบ ตัวละครเอกไม่มีความสามารถพิเศษใดๆ แต่เขาพยายามค้นหาที่มีของตัวเอง ผ่านการเรียนรู้ฝึกฝนวิทยายุทธ์จากปรมาจารย์ในการต่อสู้ ในเวลาต่อมาเขาต้องออกเดินทางเพื่อไปทำภารกิจบางอย่างให้ลุล่วง ระหว่างเดินทางเขาได้พบกับมิตรสหายใหม่ๆ ตัวเอกได้เรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิต การต่อสู้ เข้าเติบโตขึ้นความคิดความอ่านที่ได้ร่ำเรียนมาถูกใช้ ตัวเอกต้องเผชิญหน้ากับอันตรายมากมาย และในที่สุดเขาก็จะสามารถทำภารกิจลุล่วงและกลายเป็นวีรบุรุษในที่สุด

โครงเรื่องอันเป็นสากลเช่นนี้ จึงสามารถเป็น “สูตร” ที่สามารถเข้าถึงคนทุกชาติได้โดยไม่จำเป็นว่า คนดูต้องเป็นคนไทย แต่การที่หนังหยิบเอามวยไทย และเล่าเรื่องในรูปแบบดินแดนแฟนตาซี “วัฒนธรรม” ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตของตัวละคร จึงเหมือนเป็นดินแดนแฟนตาซี ที่ถูกใส่องค์ประกอบประเภทสถานที่ เครื่องแต่งกาย วิถีชีวิตให้คล้ายคลึงกับคนไทย ในขณะเดียวกัน สถาปัตยกรรมบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างก็มีการนำศิลปะไทยในยุคสมัยต่างๆ มาผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบจีนในช่วงที่ตัวเอกเดินทางเข้าไปในเมือง เป็นต้น

9 ศาสตรา

ความสนุกของ ๙ ศาสตรา นั้นอยู่ที่วิธีการดำเนินเหตุการณ์ต่างๆ ของเรื่องที่เล่าเรื่องราวอย่างกระชับ ฉับไว จะว่าไปหลังจากที่ตัวละคร “อ๊อด” ได้ออกไปผจญภัยนอกหมู่บ้านของตัวเอง หนังก็อัดแน่นฉากตื่นเต้น สนุกสนานเข้ามาแบบไม่หยุดยั้ง ประกอบการการเนรมิตภาพเมืองต่างๆ ได้อย่างสวยงาม ทำให้ภาพที่ปรากฏต่อสายตาผู้ชมนั้นชวนตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น

อีกองค์ประกอบหนึ่งที่น่าชื่นชมมากๆ คืองานดนตรีประกอบของหนัง ที่เรียกได้ว่ามีความเร้าใจ และเป็นสิ่งเกื้อหนุนที่เร้าอารมณ์ของผู้ชมในหลายฉากหลากตอน อันเป็นผลงานของ ไรอัน ชอว์ ซึ่งผ่านการทำงานด้านดนตรีประกอบให้กับแอนิเมชั่นชื่อดังมาแล้วมากมาย

9 ศาสตรา

และสุดท้ายงานภาพแม้จะสวยงามแต่การสื่อในส่วนของอารมณ์โดยเฉพาะการใช้ดวงตานั้น เรียกว่ายังดูแข็งไปนิดนึงครับ ขาดชีวิตชีวาไปพอสมควร อยากให้เล่นกับดวงตาได้มากกว่านี้อีกนิดนึง อย่างน้อยก็ประกายตาของตัวเอกที่น่าจะช่วยให้บางฉากดูเป็นวีรบุรุษผู้มากอบกู้อโยธยาได้อีกเยอะเลย55 และในส่วนของการแอนิเมทช่วงต่อสู้ที่ทำได้สุดยอดนั้น ก็มีบางฉากที่การเคลื่อนไหวไวจนดูหลุดดูไม่เข้าใจ บางช่วงมีอาการเหมือนเฟรมเรตไม่สูงพอทำให้ภาพดูกระตุกครับ เเต่ไม่ใช่ปัญหามากภาพยังสวยอยู่ ๙ ศาสตรา จึงเป็นผลงานฝีมือคนไทย ที่น่าดูมาก

ตัวอย่าง : 9 ศาสตรา